หลักสูตรวิศวกรรมเครื่องกล

 หัวข้อปริญญานิพนธ์              เครื่องผสมสูตรอาหารใช้เพาะเห็ด

จัดทำโดย                                1.นายไพโรจน์  พรมตัน        2.นายทวี อลิปริยกุล

อาจารย์ที่ปรึกษา                      นายสุเจตน์  เชาวนิช

ปีที่อนุมัติปริญญานิพนธ์        พ.ศ.2546

 

                                ปริญญานิพนธ์นี้เป็นการออกแบบสร้างเครื่องผสมสูตรอาหารใช้เพาะเห็ด สำหรับใช้ผสมขี้เลื่อยและส่วนผสมต่างๆ เพื่อนำไปเพาะเห็ดลักษณะของเครื่องผสมจะใช้มอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 1  119 วัตต์ (1.5แรงม้า) เป็นตัวต้นกำลัง จากนั้นส่งกำลังผ่านสายพานลิ่มไปยังเพลาทดรอบในอัตราทด 1 : 6.4 และจากเพลาทดรอบส่งกำลังผ่านโซ่ไปยังเพลาผสมในอัตราทด 1 : 5 ที่เพลาผสมจะติดตั้งเกลียวผสมซึ่งเป็นแบบเกลียวริ้ว แนวนอน เพื่อใช้มนการผสมเครื่องผสมสูตรอาหารใช้เพาะเห็ดมีหลักการทำงาน โดยนำขี้เลื่อยและส่วนผสมต่าง ๆ ลงในถังผสม จากนั้นส่วนผสมจะถูกผสมโดยเกลียวผสมแบบเกลียวริ้วแนวนอน และเมื่อเครื่องผสมทำงานจะมีตัวตั้งเวลาในการผสม เมื่อผสมได้ระยะหนึ่งตังตั้งเวลาจะทำการปล่อยน้ำลงไปผสมเมื่อส่วนผสมได้ที่ส่วนผสมจะออกจากถังผสมโดยประตูจะเปิดออกอัตโนมัติโดยมีตัวตั้งเวลาการเปิดประตูอีกตัวหนึ่ง

                                จากการทดสอบพบว่า เครื่องผสมสูตรอาหารใช้เพาะเห็ด สามารทำงานได้ตามขอบเขตและวัตถุประสงค์ของโครงการนี้บางประการ กล่าวคือเครื่องผสมสามารถผสมสูตรอาหารใช้เพาะเห็ดในอัตราเฉลี่ยที่ 150 กิโลกรัมต่อชั่วโมง โดยมีความชื้นเฉลี่ยที่เหมาะสมคือ ประมาณ 6.5 เปอร์เซ็นต์ โดยมีระยะเวลาการปล่อยน้ำอยู่ที่ 180 วินาที แต่ยังพบปัญหาในส่วนของการควบคุมการปิด เปิดของประตูช่องทางออกของส่วนผสม ซึ่งยังไม่เป็นไปโดยอัตโนมัติและมีส่วนผสมไหลออกตามช่องว่าง ซึ่งเกิดจากประตูปิดไม่สนิท

 

หัวข้อปริญญานิพนธ์              เครื่องถอนขนนกกระทา

จัดทำโดย                                1.นายยุทธนา  แสนศักดิ์หาญ       2.นายสิทธิพร  ไชยสิทธิ์

ภาควิชา                                   วิศวกรรมเครื่องกล                                 

อาจารย์ที่ปรึกษา                      นายสมศักดิ์  อินทะไชย

ปีที่อนุมัติปริญญานิพนธ์        พ.ศ.2546

 

                                ปริญญานิพนธ์นี้เป็นการออกแบบและสร้างเครื่องถอนขนนกกระทา  ลักษณะของเครื่องจะขับด้วยมอเตอร์ขนาด 746 วัตต์ (1แรงม้า) เป็นตัวต้นกำลัง เครื่องถอนขนนกกระทาจะทำงานโดยใช้มอเตอร์ส่งกำลังไปยังชุดทดรอบ 20 : 1 ผ่านสายพานลิ่มเข้าไปยังเพลาที่ยึดติดกับถังปั่นนกกระทาซึ่งถังปั่นทำด้วยสเตนเลสมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 50 เซนติเมตร ติดด้วยลูกยางถอนขนนกทั้งหมด 138 ตัว ถังปั่นหมุนด้วยความเร็วรอบ 35 รอบต่อนาที ขณะที่เครื่องทำงานลูกยางที่ติดอยู่กับถังจะเป็นตัวถอนขนนกกระทาออก

                                การทดสอบเครื่องถอนขนนกกระทา จะใช้นกกระทาอายุ 45 วัน นำมาทำการลวกน้ำร้อนที่อุณหภูมิประมาณ 80 องศาเซลเซียส จำนวนครั้งละ 100 ตัว ทำการทดสอบโดยจับเวลาที่ 5 นาที 10 นาที และ15 นาที เพื่อหาเวลาที่ดีที่สุดในการถอนและจำนวนของนกกระทาที่ถอนออกได้หมดโดยนกเสียหายน้อยที่สุด ทำการทดสอบ 7 ครั้ง

                                การทดสอบถอนขนนกกระทา เวลาที่ถอนได้ดีที่สุดคือ 10 นาที จำนวนนกกระทาที่ถอนขนออกเฉลี่ย 90 % และจำนวนที่ถอนขนไม่หมดเฉลี่ย 10 % เมื่อทำการเปรียบเทียบเครื่องจักรกับแรงงานคน ภายใน 1 ชั่วโมง เครื่องสามารถถอนได้ 240 ตัว แรงงานคนสามารถถอนได้ที่ 60 ตัว เครื่องจักรเร็วกว่าแรงงานคนถอน 4 เท่า

 

หัวข้อปริญญานิพนธ์              เครื่องทดสอบสมรรถนะเครื่องยนต์เล็ก

จัดทำโดย                                1. นายนิวัฒน์  ราชคมภ์   2. นายภราดร  ทองศิริ

อาจารย์ที่ปรึกษา                      นายมนู ปัญญาคำ

 

                                ปริญญานิพนธ์นี้เป็นการสร้างเครื่องทดสอบเพื่อศึกษาสมรรถนะเครื่องยนต์เล็ก โดยใช้หลักการของไดนาโมมิเตอร์แบบสายพานและใช้เครื่องยนต์เล็กดีเซล 1 สูบ 4 จังหวะ ขนาด 3.73 กิโลวัตต์ (5แรงม้า) เป็นเครื่องยนต์ทดสอบ

                                ทำการทดสอบที่ความเร็วรอบเปลี่ยนแปลงและภาระคงที่ เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างแรงบิดกับความเร็วรอบ กำลังกับความเร็วรอบ และหาการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงกับความเร็วรอบ

                                จาการทดสอบพบว่าสามารถทำงานได้ตามวัตถุประสงค์ และขอบเขตที่วางไว้กล่าวคือ

จากการทดสอบค่าแรงบิดสูงสุด 14.99 นิวตัน-เมตรที่ 1766 รอบต่อนาที กำลังสูงสุด 3.68 กิโลวัตต์ ที่ 2523 รอบต่อนาที การสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงจำเพาะสูงสุด 0.37 กิโลกรัมต่อวัตต์-ชั่วโมง ซึ่งตามมาตรฐานเครื่องยนต์มีแรงบิดสูงสุด 17.17 นิวตัน-เมตรที่ 1800 รอบต่อนาที กำลังสูงสุด 3.37 กิโลวัตต์ที่ 2200 รอบต่อนาที การสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงจำเพาะสูงสุด 0.24 กิโลกรัมต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง    

 

หัวข้อปริญญานิพนธ์              การออกแบบเครื่องดูดแบบคอคอด

จัดทำโดย                                1. นายกิติพงษ์  เชียงปิว   2. นายจิตรพล  ใจพรหมมา

                                                3. นายภัทราวุธ แสงทอง

อาจารย์ที่ปรึกษา                      อาจารย์ศรีธร  อุปคำ

ปีที่อนุมัติปริญญานิพนธ์        พ.ศ.2546

 

                                วัตถุประสงค์ในการออกแบบเครื่องดูดแบบคอคอดคือทำการศึกษาและเปรียบเทียบความสามารถในการเกิดสุญญากาศจากมุมเฉียงของคอคอด และศึกษาอัตราการไหลของไหลที่ท่อทางด้านดูด และท่อทางด้านส่งของชุดคอคอด เพื่อสร้างเครื่องดูดแบบคอคอดที่สามารถใช้ดูดฝุ่น ผงโลหะ และน้ำได้

                                เครื่องดูดแบบคอคอดประกอบด้วย  ชุดคอคอดทำจากทองเหลืองมีมุมเอียงช่วง 8-16 องศา ท่อทางออกมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 27.5 มิลลิเมตร ด้านที่ต่อกับหัวฉีดมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเท่ากับทางออกจากหัวฉีด หัวฉีดทำจากทองเหลืองด้านทางเข้าขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 26.5 มิลลิเมตร รูหัวฉีดมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 0.5 มิลลิเมตร จำนวน 4 รู  ปืนดูด ท่อส่ง และถุงเก็บฝุ่น

                                ทำการทดสอบเปรียบเทียบความสามารถในการเกิดสุญญากาศจากมุมเอียงของคอคอดหาอัตราการไหลของของไหล จากคอคอดมีขนาดมุมเอียงต่างกัน ปรับค่าความดันสามครั้งต่อคอคอดหนึ่งชุด ครั้งที่หนึ่งความดันเท่ากับ 413.7 กิโลปาสคาล ครั้งที่สองความดันเท่ากับ 482.6 กิโลปาสคาล ครั้งที่สามความดันเท่ากับ 551.6 กิโลปาสคาล ให้หลอดปิโดท์วัดความดันทางด้านดูดและด้านส่ง เพื่อหาผลต่างของความดันที่อยู่ในรูปความสูง นำมาคำนวณหาอัตราการไหล จากการทดสอบพบว่า ชุดคอคอดที่มุมเอียง 14 องศา เกิดสุญญากาศมากกว่ามุมเอียงของชุดคอคอดที่กล่าวมา

 

หัวข้อปริญญานิพนธ์              ชุดสาธิตวัฏจักรการทำความร้อน

จัดทำโดย                                1. นายสุรชัย  พุทธา    2. นายอภิชาติ  อัดแอ

ภาควิชา                                   วิศวกรรมเครื่องกล                                 

อาจารย์ที่ปรึกษา                      อาจารย์ศรีธร  อุปคำ

ปีที่อนุมัติปริญญานิพนธ์        พ.ศ.2546

 

                                ปริญญานิพนธ์นี้เป็นการสร้างชุดสาธิตวัฏจักรการทำความร้อน โดยใช้สารทำความเย็นชนิด

 R – 22  ชุดสาธิตนี้ใช้เครื่องปรับอากาศขนาด 1 ตันความเย็น (12,000 บีทียู ต่อชั่วโมง) ทำความร้อนโดยการปรับวาล์วควบคุมทิศทางด้านต่าง ๆ ทำให้ทราบ และเข้าใจถึงระบบที่ใช้ทำความร้อนได้ดีมากขึ้น โดยมีอุปกรณ์วัดอัตราการไหลแสดปริมาณการไหลของสารทำความเย็นในระบบ

                                ในการทดลองจะใช้วาล์วชนิดปรับด้วยมือควบคุมการ เปิด ปิด แทนวาล์วควบคุมชนิด 4 ทิศทาง และใช้วาล์วทางเดียวบังคับทิศทางการไหลอีกทางหนึ่ง จากการทดลองสามารถแสดงค่าความดัน และ อุณหภูมิที่จุดต่าง ๆ ที่วัดได้ทั้ง 6 จุด คือ ทางเข้า และ ทางออกของเครื่องอัด, ทางเข้า และ ทางออกของอุปกรณ์ควบแน่น, ทางเข้าและทางออกของอุปกรณ์ทำระเหยได้

                                สัมประสิทธิ์ของสมรรถนะในวัฏจักรทำความร้อนและวัฏจักรทำความเย็นมีค่าเท่ากับ 6.26 และ 5.33 ตามลำดับ

                                ประสิทธิภาพในวัฏจักรทำความร้อนและวัฏจักรทำความเย็นมีค่าเท่ากับ 4.58 บีทียู ต่อวัตต์ และ 6.39 บีทียูต่อวัตต์ ตามลำดับ

                                ชุดสาธิตวัฏจักรทำความร้อนสามารถเปลี่ยนกลับมาเป็นวัฏจักรการทำความเย็นได้ ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายในการสร้างชุดสาธิตวัฏจักรการทำความเย็นอีกชุดหนึ่ง

    

 

หัวข้อปริญญานิพนธ์              เครื่องซักผ้าและอบผ้าอัตโนมัติ

จัดทำโดย                                1. นายบรรจง  ไลวรรณ์    2. นายประพันธ์  ดวงดี

อาจารย์ที่ปรึกษา                      อาจารย์ศรีธร  อุปคำ

ปีที่อนุมัติปริญญานิพนธ์        พ.ศ.2546

 

                                ปริญญานิพนธ์นี้เป็นการพัฒนาเครื่องซักผ้าชนิดบรรจุผ้าด้านหน้าให้เป็นเครื่องซักและอบผ้าอยู่ในเครื่องเดียวกัน โดยการอบแห้งอาศัยหลักการถ่ายเทความร้อนซึ่งใช้อากาศเป็นสารตัวกลางและส่งถ่ายความร้อนเข้าสู่เครื่องซักอบผ้า ขนาดของถังบรรจุผ้า เส้นผ่านศูนย์กลาง 410 มิลลิเมตร ยาว 250 มิลลิเมตร และขนาดของเครื่อง ความกว้าง 580 มิลลิเมตร ความยาว 460 มิลลิเมตร ความสูง 800 มิลลิเมตร

                                เครื่องซักผ้าและอบผ้านี้ ใช้มอเตอร์ขนาด 0.186 กิโลวัตต์ มีความเร็วรอบ 50 รอบต่อนาที และ 400 รอบต่อนาทีควบคุมการซักผ้าด้วยระบบไทเมอร์  และระบบการอบผ้าใช้ขดลวดความร้อนขนาด 3000 วัตต์ เป็นตัวให้พลังงานความร้อน  โดยมีพัดลมเป็นตัวเป่าอากาศผ่านขดลวดความร้อนเข้าสู่ถังอบผ้า  ถังอบผ้าจะหมุนด้วยความเร็วรอบ 50 รอบต่อนาที ใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ควบคุมอุณหภูมิของการอบผ้าควบคุมการหยุดเครื่องเมื่อผ้าแห้งโดยใช้เซนเซอร์วัดความชื้น

                                จากการทดสอบการทำงานของเครื่องพบว่าประสิทธิภาพการอบแห้งเฉลี่ย 44.43  เปอร์เซ็นต์ ประสิทธิภาพเชิงความร้อนเฉลี่ย 23.05 เปอร์เซ็นต์  อัตราการสิ้นเปลืองพลังงานไฟฟ้า 1.78 กิโลวัตต์ - ชั่วโมง  

 

หัวข้อปริญญานิพนธ์              การออกแบบและระบบระบายอากาศห้องน้ำ

จัดทำโดย                                1.นายโชคชัย  คงอุดมทรัพย์         2.นายธนิจ ปานันตา

                                                3. นายอนิรุทธ์  กันทะวัง

อาจารย์ที่ปรึกษา                      อาจารย์สมศักดิ์  อินทะไชย

ปีที่อนุมัติปริญญานิพนธ์        พ.ศ.2546

                               

                                การออกแบบและการสร้างระบบระบายอากาศห้องน้ำจัดทำเพื่อลดปริมาณกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ของห้องน้ำภายในโรงงานช่างยนต์ 3.  แผนกวิชาช่างยนต์  สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตภาคพายัพ จังหวัดเชียงใหม่ โดยใช้พัดลมดูดอากาศผ่านระบบท่อดูดที่ติดตั้งในห้องน้ำแล้วกรองกลิ่นด้วยถ่านไม้ก่อนปล่อยออกสู่บรรยากาศ

                                ระบบระบายอากาศห้องน้ำประกอบด้วย ระบบท่อดูดลมซึ่งทำจากท่อพีวีซีและหัวดูดลมทำจาแผ่นพีวีซี ท่อลมหลักมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 8 นิ้ว 6.125 นิ้ว 5.250 นิ้ว 4.250 นิ้ว ท่อลมสาขามีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 3.250 นิ้ว มุมเอียงระหว่างท่อลมสาขาและท่อลมหลักเอียง 45 องศา และใช้ท่ออ่อนสำหรับต่อท่อลมสาขาและท่อดูดอากาศ ส่วนระบบขับเคลื่อนอากาศใช้พัดลมดูดอากาศแบบใบพัดโค้งหลัง ซึ่งท่อทางดูดและส่งของพัดลมมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 8 นิ้ว มอเตอร์ต้นกำลังขนาด 2 แรงม้า ซึ่งขับพัดลมให้สร้างอัตราการไหลของอากาศได้ 1,800 ลูกบาศก์ฟุตต่อนาทีโดยสร้างความดันสถิตได้ 3 นิ้ว ของน้ำ

                                จากการทดสอบการทำงานของระบบระบายอากาศห้องน้ำพบว่ากลิ่นเหม็นภายในห้องน้ำลดลง ค่าความเร็วลมบริเวณปากโถปัสสาวะอยูในช่วงระหว่าง 50-60  ฟุตต่อนาทีซึ่งเป็นค่าที่อยู่ในช่วงความเร็วมาตรฐานที่กำหนดโดยสมาคมวิศวกรรมการปรับอากาศและทำความเย็นของอเมริกา (ASHRAE)

 

หัวข้อปริญญานิพนธ์              เครื่องชั่งนับจำนวนโดยสเตรนเกจ

จัดทำโดย                                1. นายวิเชษฐ์  เครือมิ่งมงคล    2. นายสมภพ  วงศ์ใจ

อาจารย์ที่ปรึกษา                      ผศ.ชูชาติ  กรุดทอง

อาจารย์ที่ปรึกษาร่วม               นายสมนึก   สุระธง

ปีที่อนุมัติปริญญานิพนธ์        พ.ศ.2546

 

                                จุดประสงค์ของการศึกษาเพื่อออกแบบและสร้างเครื่องชั่งนับจำนวน ด้วยการชั่งน้ำหนักโดยการใช้สเตรนเกจ ใช้ชั่งวัตถุที่มีน้ำหนักใกล้เคียงกันโดยการชั่งวัตถุที่รู้จำนวนชิ้นในปริมารน้อยก่อนเพื่อหาน้ำหนักต่อหน่วย เมื่อชั่งน้ำหนักทั้งหมดแล้วนำน้ำหนักนั้นหารด้วยน้ำหนักต่อหน่วย จะได้จำนวนของวัตถุ เครื่องชั่งนี้ใช้เพื่อชั่งนับจำนวนวัตถุที่มีปริมาณมาก

                                เครื่องชั่งมีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยม โดยมีขนาด 260 × 310 × 150 mm.  และมีน้ำหนัก 980 N เครื่องชั่งประกอบด้วยสองส่วนคือถาดชั่งและตัวฐาน วัตถุที่ต้องการชั่งนั้นจะวางบนถาดชั่ง น้ำหนักของวัตถุจะกดลงที่ปลายของคานแบบแคนติลิเวอร์ โดยปลายอีกด้านหนึ่งของคานจะยึดติดกับฐานของเครื่อง การโก่งงอของคานทำให้เกิดความเครียดขึ้นบนผิวของคาน  การวัดความเครียดที่เกิดขึ้นนี้ใช้สเตรนเกจจำนวน 4 ตัวติดที่ผิวของคานใกล้กับจุดยึดของคาน สเตรนเกจ 4 ตัวนี้จะต่อเข้าด้วยกันเป็นวงจรสะพาน โดยใช้แหล่งจ่ายไฟกระแสตรงคงที่ให้กับวงจรสะพาน แรงดันไฟฟ้าของสัญญาณที่ได้จากวงจรสัมพันธ์กับน้ำหนักของวัตถุ สัญญาณอนาลอกที่ได้นี้ถูกเปลี่ยนเป็นสัญญาณดิจิตอลด้วย อุปกรณ์ ADC และต่อเข้าคอมพิวเตอร์ผ่านทางพอร์ตขนาน สัญญาณนี้จะถูกประมวลผลด้วยโปรแกรมวิชวลเบสิก โดยผลลัพธ์ที่ได้นั้นจะแสดงผลทางจอคอมพิวเตอร์

                                การทดสอบนั้นเริ่มต้นโดยปรับศูนย์ขณะถาดว่างเปล่า ชั่งวัตถุจำนวนน้อยก่อนเพื่อหาน้ำหนักเฉลี่ยต่อชิ้น เมื่อชั่งวัตถุทั้งหมดเครื่องก็จะแสดงจำนวนวัตถุที่นับได้ เครื่องชั่งนี้ออกแบบให้มีย่านการใช้งานคือ 0.167 ถึง 686.7 N โดยการสุ่มชิ้นงานจำนวน 25 และ 10 ชิ้นตามลำดับโดยมีความผิดพลาดเมื่อชั่งชิ้นงานที่น้ำหนักต่อชิ้นน้อยที่สุด 3.18 % และ 1.16 % ที่น้ำหนักต่อชิ้นมากที่สุด                        

 

หัวข้อปริญญานิพนธ์              การศึกษาอุณหภูมิน้ำมันเชื้อเพลิงต่อสมรรถนะของเครื่องยนต์ดีเซล

จัดทำโดย                                1.นายณัฐพล  กันทะพรหม    2.นายบรรเจิด  ไชยยานะ

อาจารย์ที่ปรึกษา                      นายศรีธร  อุปคำ

อาจารย์ที่ปรึกษาร่วม               นายมนู  ปัญญาคำ

ปีที่อนุมัติปริญญานิพนธ์        พ.ศ.2546

                               

                                ปริญญานิพนธ์ฉบับนี้เป็นการศึกษาอุณหภูมิน้ำมันเชื้อเพลิงต่อสมรรถนะของเครื่องยนต์ดีเซลที่ใช้ห้องเผาไหม้แบบฉีดเชื้อเพลิงเข้าห้องเผาไหม้โดยตรงเพื่อการศึกษาเปรียบเทียบสมรรถนะของเครื่องยนต์ ค่ามลพิษจากปริมาณควันดำ และอัตราสิ้นเปลืองของน้ำมันเชื้อเพลิง จากการใช้น้ำมันดีเซลเชื้อเพลิงอุณหภูมิปกติ กับน้ำมันดีเซลเชื้อเพลิงที่ผ่านการให้ความร้อนที่ช่วงอุณหภูมิต่างๆจนถึงอุณหภูมิก่อนถึงจุดวาบไฟอุณหภูมิของน้ำมันดีเซลเชื้อเพลิงจะถูกกำหนดก่อนเข้าปั๊มแรงดันสูง โดยได้ติดตั้งเครื่องยนต์อีซูซุ รุ่น 4JB1-T ขนาด 2800 ซี.ซี.เข้ากับเครื่องทดสอบสมรรถนะและทำการทดสอบที่ช่วงอุณหภูมิต่างๆเริ่มทดสอบที่ความเร็วรอบ 1500-3000รอบต่อนาที ภาระเครื่องยนต์ 100% โดยการทำการเก็บข้อมูลทุๆช่วงอุณหภูมิของน้ำมันที่ทำการทดสอบ

                                การหาอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงจะทดสอบเครื่องยนต์ที่ใช้น้ำมันดีเซลเชื้อเพลิงที่ช่วงอุณหภูมิต่างๆที่ภาระเครื่องยนต์ 50% ความเร็วรอบ2000รอบต่อนาที ระยะเวลาในการเก็บข้อมูล 20 วินาที่ต่อครั้ง

                                พบว่าค่าแรงบิด กำลังงาน ของเครื่องยนต์ที่ใช้น้ำมันดีเซลเชื้อเพลิงที่อุณหภูมิปกติ มีค่าสูงกว่าเครื่องยนต์ดีเซลที่ใช้น้ำมันดีเซลเชื้อเพลิงที่ผ่านการให้ความร้อนเล็กน้อย ค่ามลพิษจากปริมาณควันดำของเครื่องยนต์มีค่าลดลงในช่วงอุณหภูมิ 60-80 องศาเซลเซียสเล็กน้อยค่าอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงจำเพาะของเครื่องยนต์ทดสอบจะมีค่าลดลงตามช่วงอุณหภูมิที่สูงขึ้น ในปริมาณเพียงเล็กน้อย

 

หัวข้อปริญญานิพนธ์              การพัฒนาเครื่องกลั่นสุราด้วยระบบทำความเย็น

จัดทำโดย                                1. นายขวัญชัย  ประนันชัย     2. นายอดิศักดิ์  ไชยมงคล

ภาควิชา                                   วิศวกรรมเครื่องกล

อาจารย์ที่ปรึกษา                      นายสุเจตน์  เชาวนิช

 

                                ปริญญานิพนธ์ฉบับนี้เป็นการพัฒนาเครื่องกลั่นสุราด้วยระบบทำความเย็น ซึ่งใช้ระบบทำความเย็นช่วยในการลดอุณหภูมิให้กับน้ำ ลักษณะของเครื่องจะใช้แก๊สหุงต้ม(LPG)เป็นแหล่งพลังงานความร้อนให้แก่น้ำส่าในหม้อต้ม และน้ำร้อนซึ่งออกจากอุปกรณ์ควบแน่นไอแอลกอฮอล์จะผ่านไปยังชุดอุปกรณ์ระบายความร้อนซึ่งระบายความร้อนโดยการใช้พัดลม จากนั้นถูกส่งผ่านไปลดอุณหภูมิให้ต่ำลงที่อุปกรณ์แลกเปลี่ยนความร้อน  ที่ใช้อุปกรณ์ทำระเหยของระบบทำความเย็นมาช่วย  ทำให้น้ำลดอุณหภูมิลงตามต้องการเพื่อส่งไปเข้าอุปกรณ์ควบแน่นไอแอลกอฮอล์อีกครั้งหนึ่งโดยใช้ปั๊มหมุนเวียน  หม้อต้มมีลักษณะเป็นรูปทรงกระบอกมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 40 เซนติเมตร และสูง 90 เซนติเมตร ด้านบนมีฝาปิดรูปทรงกรวยปลายกรวยทำเป็นท่อเพื่อให้ไอสุราออกไปยังอุปกรณ์ควบแน่น

                                การทดสอบเครื่องกลั่นสุรา  ใช้การกลั่นสุราที่ละครั้ง  โดยทดสอบที่อุณหภูมิน้ำหล่อเย็นเข้าอุปกรณ์ควบแน่น 20, 30, 40, 45 และ50 องศาเซลเซียส เพื่อหาสมรรถนะและอุณหภูมิที่เหมาะสมในการกลั่นสุรา  โดยจับเวลาตั้งแต่เริ่มต้นกลั่นจนได้สุรา 5 ลิตร จึงหยุดการกลั่น

                                จากการทดสอบกลั่นสุราพบว่า  อุณหภูมิที่เหมาะสมสำหรับการควบแน่นคือตั้งแต่ 45 องศาเซลเซียส ลงมา เวลาที่ใช้กลั่นสุราประมาณ 95 นาที่ มีความเข้มข้นของแอลกอฮอล์เฉลี่ย 40 % สมรรถนะของเครื่องกลั่นคือ 95 นาที ต่อสุรา 5 ลิตร  เมื่อเปรียบเทียบกับเครื่องกลั่นแบบเดิมของชาวบ้านจะพบว่าเครื่องที่พัฒนาขึ้นใหม่มีสมรรถนะดีกว่า 18.83 % แต่ใช้พลังงานในการต้มน้ำส่ามากกว่า 7.83 %

 

หัวข้อปริญญานิพนธ์              เครื่องสีข้าวขนาดครอบครัว

จัดทำโดย                                1. นายบุญมานพ  นามวงค์     2. นายสิราม  ถามดี

                                                3. นายอำนวยศิลป์  มูลเฟย

อาจารย์ที่ปรึกษา                      นายสมศักดิ์  อินทะไชย

ปีที่อนุมัติปริญญานิพนธ์        พ.ศ.2546

 

                                เครื่องสีข้าวขนาดครอบครัว เป็นเครื่องจักรที่ใช้สีข้าว และยังสามารถแยกข้าวสารปลายข้าว รำอ่อนและรำหยาบ แทนการใช้ครกตำและกระด้งฝัดข้าว เครื่องสีข้าวขนาดครอบครัวยังสามารถประหยัดเวลาการทำงานกว่าวิธีการใช้ครกตำและกระด้งฝัดข้าว นอกจากนี้เครื่องสีข้าวขนาดครอบครัวสามารถเสริมรายได้ให้กับครอบครัว เหมาะสำหรับนำไปใช้ในหมู่บ้านที่ ห่างไกลจากโรงสีข้าว

                                เครื่องสีข้าวขนาดครอบครัวจะทำงานโดยอาศัยชุดหัวสีจำนวน 2 ชุด และแยกข้าวสาร ปลายข้าว รำอ่อน ด้วยตะแกรงโยกแบบร่อนการลำเลียงวัตถุดิบด้วยกระพ้อลำเลียง 2 ชุด โดยอาศัยมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 7.5 hp เป็นตัวขับเคลื่อน แรงดันไฟ 220 V และควบคุมมอเตอร์ไฟฟ้าด้วยชุดควบคุม

                                จากการทดสอบการทำงานของเครื่องสีข้าวขนาดครอบครัว พบว่าเครื่องสีข้าวสามารถทำงานได้ตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ โดยสามารถสีข้าวได้ในอัตราต่ำที่สุดได้ 42 กิโลกรัมภายในเวลา 1 ชั่วโมง และยังสามารถแยกข้าวสาร ปลายข้าว รำอ่อน และรำหยาบ ออกได้                                                     

 

หัวข้อปริญญานิพนธ์              การควบคุมแผงเซลล์แสงอาทิตย์เคลื่อนที่ตามทิศทางของแสงอาทิตย์

จัดทำโดย                                1. นายนริศพงศ์  จันทร์แก้ว     2. นายพงษ์สวัสดิ์  ภาคฤทธิ์

อาจารย์ที่ปรึกษา                      ผศ.ชูชาติ  กรุดทอง

ปีที่อนุมัติปริญญานิพนธ์        พ.ศ.2546

 

                                ปริญญานิพนธ์นี้เป็นการออกแบบและสร้างระบบการควบคุมแผงเซลล์แสงอาทิตย์เคลื่อนที่ตามทิศทางของแสงอาทิตย์ที่สามารถหมุนได้ 2 แกน คือ แนวการหมุนทิศตะวันออก-ตะวันตกและแนวการหมุนทิศเหนือ-ใต้ เพื่อให้แผงเซลล์แสงอาทิตย์อยู่ในตั้งฉากกับลำแสงอาทิตย์มากที่สุด

                                การทำงานของการควบคุมแผงเซลล์แสงอาทิตย์ให้เคลื่อนที่ตามทิศทางของแสงอาทิตย์นั้นถูกควบคุมโดยไมโครคอนโทรลเลอร์ ตระกูล MCS-51 เบอร์ AT89C52 โดยมีเซนเซอร์รับแสงเป็นภาคอินพุตส่งสัญญาณไปยังไมโครคอนโทรลเลอล์ ภาคเอาท์พุตจะมีวงจรควบคุมรีเลย์เพื่อขับเคลื่อนทำมอเตอร์หมุนแกนทั้ง 2 ของแผงเซลล์แสงอาทิตย์ ให้เคลื่อนที่ตามทิศทางของลำแสงอาทิตย์

                                จากการทดลองพบว่า  การควบคุมแผงเซลล์แสงอาทิตย์ให้เคลื่อนที่ตามทิศทางของแสงอาทิตย์นั้น สามารถทำให้แผงเซลล์แสงอาทิตย์เคลื่อนที่ติดแสงอาทิตย์ โดยการหมุนแกนทั้ง 2 ของแผงเซลล์แสงอาทิตย์ ความคลาดเคลื่อนของมุมที่ลำแสงดวงอาทิตย์กระทำกับแนวตั้งฉากกับระนาบแผงเซลล์แสงอาทิตย์ ในแนวการหมุนทิศตะวันออก-ตะวันตกมีค่าสูงสุดที่ 3.12 องศา และแนวการหมุนทิศเหนือ-ใต้มีค่าสูงสุดที่ 1.30 องศา

               

หัวข้อปริญญานิพนธ์              เครื่องทำลายกระดาษ

จัดทำโดย                                1. นายจีระศักดิ์  คำสายใย     2. นายนพดล  แก้วปาน

ภาควิชา                                   วิศวกรรมเครื่องกล

อาจารย์ที่ปรึกษา                      นายสุเจตน์  เชาวนิช

ปีที่อนุมัติปริญญานิพนธ์        พ.ศ.2546

 

                                โครงการปริญญานิพนธ์นี้เป็นการออกแบบและสร้างเครื่องทำลายกระดาษ  สำหรับใช้ทำลายกระดาษปอนด์และกระดาษปรู๊ฟขนาด  เอ4(A4และเอฟ4(F4) เพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ (รีไซเคิล)และนำไปทำเป็นชิ้นงานที่ผลิตการดาษ ลักษณะของเครื่องจะใช้มอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 746 วัตต์ ( 1 แรงม้า ) เป็นตัวต้นกำลัง ส่งกำลังผ่านสายสะพานไปยังเพลา ที่เพลาจะติดตั้งชุดใบมีด เพื่อใช้ในการทำลายกระดาษ

                                เครื่องทำลายกระดาษ มีหลักการทำงาน โดยจะมีการป้อนกระดาษจากทางด้านบนของตัวเครื่อง กระดาษจะถูกทำลายโดยใบมีดแล้วผ่านลงมายังตะแกรง กระดาษจะถูกย่อยจนมีชิ้นที่สามารถเล็ดลอดผ่านรูตะแกรงลงมายังห้องอัดกระดาษ เสร็จแล้วจะเป็นขั้นตอนของการอัดกระดาษโดยใช้สกรูส่งกำลังอัดกระดาษที่ถูกทำลายแล้วให้มีปริมาตรลดลง แล้วทำการโยกชุดเทกระดาษลงมายังช่องระบายกระดาษที่ทางด้านล่างของเครื่องทำลายกระดาษ

                                จากการทดสอบพบว่าเครื่องทำลายกระดาษสามารถทำงานได้ตามวัตถุประสงค์และขอบเขตที่วางไว้  คือ  สามารถทำลายกระดาษปอนด์ขนาดเอสี่  ในอัตราการทำลาย 49.56 กิโลกรัมต่อชั่วโมง ( 486.18 นิวตันต่อชั่วโมง ) และสามารถทำลายกระดาษปรู๊บขนาดเอสี่  ในอัตราการทำลาย 62.19 กิโลกรัมต่อชั่วโมง ( 610.08 นิวตันต่อชั่วโมง )                      

 

หัวข้อปริญญานิพนธ์              หุ่นยนต์ด้วงกว่าง

จัดทำโดย                                1. นายชาตรี  รุ่งแกร     2. นายศิษฎ์  จรุงวรรณรัตน์

                                                3. นายเหมราช  วงศ์คำตัน

ภาควิชา                                   วิศวกรรมเครื่องกล

อาจารย์ที่ปรึกษา                      นายนาวี  นันต๊ะภาพ

ปีที่อนุมัติปริญญานิพนธ์        พ.ศ.2546

 

                                ปริญญานิพนธ์นี้เป็นการออกแบบและสร้างหุ่นยนต์ด้วงกว่างให้เคลื่อนที่ไปในทิศทางที่ต้องการ  โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาการควบคุมทางกลร่วมกับอิเล็กทรอนิกส์ด้วยไมโครคอนโทรลเลอล์ นอกจากนี้ยังต้องการลดต้นทุนในการสร้างโดยอุปกรณ์ที่มีตามท้องตลาด

                                หุ่นยนต์ด้วงกว่างนั้นจะถูกควบคุมโดยไมโครคอนโทรเลอล์  ตระกูล MCS-51  เบอร์  AT89C52  โดยมีเซ็นเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหวให้เป็นสัญญาณอินพุตไปยังไมโครคอนโทรเลอล์  ภาคเอาท์พุตจะใช้ไอซี ULN2003  ควบคุมการหมุนของเสต็ปปิ้งมอเตอร์  เพื่อให้หุ่นยนต์ด้วงกว่างเคลื่อนที่ไปในทิศทางที่ได้กำหนดไว้  หุ่นยนต์ด้วงกว่างจะมีขนาด  30 x 15  เซนติเมตร มีขาที่ใช้เคลื่อนที่ทั้งหมด 6 ขาและใช้ไมโครคอนโทรเลอล์ในการควบคุมการเคลื่อนที่

                                จากการทดสอบพบว่า  การควบคุมการเคลื่อนที่ของหุ่นยนต์ด้วงกว่างนั้น  สามารถบังคับและควบคุมให้หุ่นยนต์ด้วงกว่างเคลื่อนที่ไปในทิศทางที่กำหนดได้แต่ความเร็วในการเคลื่อนที่ของหุ่นยนต์ด้วงกว่างอาจจะค่อนข้างช้า  แต่ยังคงอยู่ภายใต้ขอบเขตที่ได้กำหนดไว้                                               

 

หัวข้อปริญญานิพนธ์              เครื่องเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเบรก

จัดทำโดย                                1. นายสมบูรณ์  สุขะ     2. นายสมพงษ์  รักดี

                                                3. นายเหมราช  วงศ์คำตัน

ภาควิชา                                   วิศวกรรมเครื่องกล

อาจารย์ที่ปรึกษา                      นายมนู  ปัญญาคำ

ปีที่อนุมัติปริญญานิพนธ์        พ.ศ.2546

 

                                ปริญญานิพนธ์นี้เป็นการออกแบบและสร้างเครื่องเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเบรก เครื่องเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเบรกนี้ประกอบด้วยถังความดัน ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง  160  มิลลิเมตร  ยาว  280  มิลลิเมตรลักษณะของเครื่องจะอาศัยปั๊มลมอัตโนมัติขนาด  1.5  กิโลวัตต์  เป็นตัวสร้างแรงดันให้กับถังความดันซึ่งจะใช้ความดันอยู่ในช่วง 0.98 1.96  บาร์  แรงดันที่ใช้จะถูกควบคุมด้วยเรคกูเรเตอร์เพื่อให้ความดันภายในถังสูงเกินค่าที่ตั้งไว้

                                ในการทดสอบจะเปรียบเทียบเวลาทำงานระหว่างการใช้  แรงงานคนในการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเบรกกับการใช้เครื่องเปลี่ยนน้ำมันเบรก  เครื่องเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเบรกสามารถเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเบรกได้เร็วกว่าการใช้  แรงงานคนในการเปลี่ยนถ่าย  เมื่อเทียบดูจากเวลาในการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเบรก

                                จากการทดสอบ  เครื่องเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเบรกสามารถเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเบรกได้เร็วกว่าการใช้ แรงงานคนในการเปลี่ยนถ่ายถึง 2.53 เท่า  โดยคิดจากเวลาเฉลี่ยของรถแต่ละรุ่นที่ทำการทดสอบ

                               

หัวข้อปริญญานิพนธ์              เครื่องทดสอบการบิด

จัดทำโดย                                1. นายดุสิต  อิ่มกระจ่าง     2. นายอธิป  เตชอภิชาติ                              

อาจารย์ที่ปรึกษา                      ผศ.ชูชาติ  กรุดทอง

อาจารย์ที่ปรึกษาร่วม               นายสุเจตน์  เชาวนิช

ปีที่อนุมัติปริญญานิพนธ์        พ.ศ.2546

 

                                ปริญญานิพนธ์นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาและพัฒนาเครื่องมือประลองงานในการศึกษาทางวิศวกรรมเดิมที่มีอยู่ให้มีศักยภาพสูงมากขึ้น  โดยอาศัยหลักการของเซนเซอร์และทรานสดิวเซอร์ววัดมุมบิดและโมเมนต์บิดนำค่าการวัดไปประมวลผลและจัดเก็บโดยโปรแกรมคอมพิวเตอร์เพื่อคำนวณหาค่าโมดูลัสเฉือนของวัตถุ

                                การทดลองอาศัยหลักการทำงานพื้นฐานของเครื่องประลองงานเดิมโดยพัฒนาการติดตั้งตำแหน่งการวัดมุมบิดเพิ่มเป็นสองจุด  แล้วจึงนำค่ามาหาผลต่างของมุมบิดเพื่อให้ได้ค่ามุมบิดที่ถูกต้องมากที่สุดและเพื่อให้เห็นค่าความแตกต่างจึงทำการทดลองเปรียบเทียบกับวัสดุสองชนิดคือเหล็กโครงสร้างและอลูมิเนียมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง  10  มิลลิเมตร  ที่ขนาดความยาวสองขนาด  คือ  150  และ  200  มิลลิเมตร  รับโมเมนบิดจนขาดเพื่อให้ได้แผนภูมิเปรียบเทียบความสัมพันธ์ที่เป็นไปตามทฤษฏีของกลศาสตร์วัสดุ

                                จากการทดลองพบว่า  เครื่องทดสอบการบิดที่พัฒนาขึ้นมีข้อบกพร่องในการทำงานของเครื่องทดสอบการบิดด้านโปรแกรมการประมวลผลและทำให้ค่าโมดูลัสเฉือนของวัสดุเหล็กโครงสร้างขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง  10  มิลลิเมตร  ยาว  150  มิลลิเมตร  มีค่าความยาวผิดพลาด 27.0418 เปอร์เซ็นต์ เหล็กโครงสร้างขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง  10  มิลลิเมตร  ยาว  200  มิลลิเมตร มีค่าความผิดพลาด  1.767  เปอร์เซ็นต์  อลูมิเนียมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง  10  มิลลิเมตร  ยาว  150  มิลลิเมตร  มีค่าความผิดพลาด  9.7187  เปอร์เซ็นต์และอลูมิเนียมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง  10  มิลลิเมตร  ยาว  200  มิลลิเมตร  มีค่าความผิดพลาด  16.014  เปอร์เซ็นต์  การแก้ไขปรับปรุง ในส่วนของเครื่องทดสอบการบิดควรปรับปรุงชุดแขนทดแรงและความเร็วรอบของมอเตอร์และในส่วนของโปรแกรมการประมวลผลควรปรับปรุงการแสดงผลของแผนภูมิเปรียบเทียบความสัมพันธ์ระหว่างโมเมนต์บิดและมุมบิดให้มีความราบเรียบของเส้นกราฟ

 

หัวข้อปริญญานิพนธ์              การศึกษาสมรรถนะเครื่องสูบน้ำพลังน้ำ

จัดทำโดย                                1. นายเอกรัฐ  จันทร์ประเสริฐ     2. นายนัฐหพันธ์  เนื้ออ่อน

                                                3. นายบรรเจิด  กลิ่นฤทธิ์

ภาควิชา                                   วิศวกรรมเครื่องกล                 

อาจารย์ที่ปรึกษา                      นายทวีศักดิ์  ทวีวิทยาการ

ปีที่อนุมัติปริญญานิพนธ์        พ.ศ.2546

 

                                ปริญญานิพนธ์นี้เป็นการศึกษาสมรรถนะเครื่องสูบน้ำพลังน้ำ  โดยการนำเอาความรู้ทางด้านวิศวกรรมมาพัฒนาปรับปรุงเครื่องสูบน้ำพลังน้ำให้มีสมรรถนะดียิ่งขึ้น  เครื่องสูบน้ำพลังน้ำที่นำมาศึกษาสมรรถนะนั้นมีขนาดท่อทางน้ำเข้าเครื่อง  25.4 , 50.8 , 76.2 และ101.6 มิลลิเมตรซึ่งการทดลองแบ่งระดับความสูงของน้ำที่ส่งเข้าเครื่องเป็น  5  ระดับ  คือ 1 , 2 , 3 , 4 และ 5 เมตรตามลำดับ  การรทดลองใช้เครื่องสูบน้ำพลังน้ำจะทดลองกับทุกระดับความสูงของน้ำดังกล่าว

                                จากการทดลองพบว่า  เครื่องสูบน้ำพลังน้ำที่มีประสิทธิภาพสูงสุด คือขนาดท่อทางน้ำเข้า 101.6  มิลลิเมตร  ที่ระดับความสูงของน้ำที่ส่งเข้าเครื่อง 5 เมตร จะได้ความสูงของน้ำที่ส่งไปใช้งาน 18 เมตร ปริมาณน้ำที่ส่งไปใช้งาน 21.4 ลิตรต่อนาทีตามสมการ  y = 7.6208Ln(x) + 8.1231 และได้ประสิทธิภาพ ดี ออบูสสันส์  ร้อยละ 76.29 ประสิทธิภาพแรงคิน  ร้อยละ 70.03 ตามสมการ y = 3.465x2 – 4.727x + 32.57  สำหรับเครื่องสูบน้ำที่มีประสิทธิภาพต่ำที่สุดคือขนาดท่อทางน้ำเข้า 25.4 มิลลิเมตร ที่ความสูงของน้ำที่ส่งเข้าเครื่อง 1 เมตร จะได้ความสูงของน้ำที่ส่งไปใช้งาน 3 เมตร ปริมาณน้ำที่ส่งไปใช้งาน 2.7 ลิตรต่อนาทีตามสมการ

 y = 1.8624Ln(x) + 2.6367  และได้ประสิทธิภาพ ดี ออบูสสันส์ ร้อยละ 18.33 ตามสมการ

 y = 0.61x2 + 11x + 6.185 ประสิทธิภาพแรงคิน ร้อยละ 14.43 ตามสมการ y = 0.61x2 + 9.552x + 3.95 อย่างไรก็ตามประสิทธิภาพของเครื่องจะเพิ่มขึ้นหรือลดลงจะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย  เช่น ความสูงของน้ำที่ส่งเข้าเครื่อง ปริมาณน้ำที่ส่งเข้าเครื่อง ระดับความสูงของน้ำที่ส่งไปใช้งาน

                 ผลจากการวิเคราะห์ทางเศรษฐศาสตร์ เมื่อเทียบกับค่าใช้จ่ายระหว่างเครื่องสูบน้ำพลังน้ำขนาดท่อทางน้ำเข้า 50.8 มิลลิเมตรกับเครื่องสูบน้ำแบบหอยโข่งขนาดเดียวกัน พบว่าค่าใช้จ่ายของเครื่องสูบน้ำพลังน้ำคิดเป็นเงิน 1,133  บาทต่อปี ขณะที่เครื่องสูบน้ำแบบหอยโข่งจะมีค่าใช้จ่ายคิดเป็นเงิน 5,033 บาทต่อปี

        

หัวข้อปริญญานิพนธ์              เครื่องอุ่นอากาศแบบเทอร์โมไซฟอนสำหรับห้องอบอิฐ

จัดทำโดย                                1.นายสุพจน์   เคลื่อนเพชร

อาจารย์ที่ปรึกษา                      นายสมพล     วงศ์ต่อม

ปีที่อนุมัติปริญญานิพนธ์        พ.ศ.2546

 

                                ปริญญานิพนธ์นี้  เป็นการออกแบบและทดสอบเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนแบบท่อเทอร์โมไซฟอน  ที่ให้อัตราการถ่ายเทความร้อนขนาด  10  กิโลวัตต์  ซึ่งออกแบบไว้สำหรับการอบอิฐ  การทดสอบจะมีส่วนที่สำคัญอยู่ด้วยกัน  3  ส่วน  คือ  ส่วนที่หนึ่ง  ชุดแลกเปลี่ยนความร้อน  ส่วนที่สอง  ห้องอบอิฐ  และส่วนที่สาม  คือแหล่งความร้อนจากก๊าซไอเสียของเตาเผาอิฐ  โดยชุดแลกเปลี่ยนความร้อนทำจากท่อทองแดงชนิดแอล  ซึ่งมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางภายนอก  28  มิลลิเมตร  ยาว  2,000 มิลลิเมตร  จำนวน  65  ท่อ  ใช้สารทำงานคือน้ำบริสุทธิ์  มีส่วนระเหย 1,000 มิลลิเมตรและส่วนควบแน่น 1,000 มิลลิเมตร  จัดทำท่อทางเดินให้ก๊าซร้อนผ่านด้านส่วนระเหยมีขนาดหน้าตัด 1,000 ´ 1,200 มิลลิเมตร  สำหรับส่วนควบแน่นมีขนาดหน้าตัด 1,000 1,200 มิลลิเมตร  ให้อากาศเย็นมีอุณหภูมิสูงขึ้นเพื่อส่งไปยังห้องอบ

                                ผลการทดสอบพบว่าประสิทธิภาพของเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนแบบท่อเทอร์โมไซฟอนทั้งด้านส่วนระเหยและส่วนควบแน่น  จะมีค่าสูงเมื่อค่าการถ่ายเทความร้อนของแต่ละด้านมีค่าสูงตามความสัมพันธ์ ec = -3c10-5 Qc2 + 0.0073 Qc – 0.0022 ซึ่งเป็นความสัมพันธ์ทางด้านส่วนควบแน่น และสมการ  eh = 2c10-5 Qh2 + 0.0058 Qh + 0.0099  เป็นความสัมพันธ์ด้านส่วนระเหย  และพบว่ามวลของอิฐจะลดลงตามระยะเวลาในการอบ  มีความสัมพันธ์ตามสมการ m = 0.0008t2 – 0.0419t + 3.5294  (kg)

                                การวิเคราะห์เปรียบเทียบในเชิงเศรษฐศาสตร์  ระหว่างก่อนและหลังติดตั้งห้องอบอิฐพบว่าหลังจากติดตั้งห้องอบอิฐแล้วจะมีกำไรเพิ่มขึ้น 20,281.13 บาทต่อเดือน จากเดิมที่ยังไม่มีการติดตั้งห้องอบอิฐ และมีระยะเวลาคืนทุนประมาณ  1  ปี 2 เดือน 16 วัน                          

                      

หัวข้อปริญญานิพนธ์              เครื่องผสมปุ๋ยและอาหารสัตว์

จัดทำโดย                                1.นายเศรษฐศักดิ์   ณ ลำปาง   2. นายอิทธิพล   หมูด้วง

อาจารย์ที่ปรึกษา                      นายดนัย   หมั้นทรัพย์

ปีที่อนุมัติปริญญานิพนธ์        พ.ศ.2546

 

                                ปริญญานิพนธ์นี้เป็นการปรับปรุงพัฒนาและสร้างเครื่องผสมปุ๋ยและอาหารสัตว์แบบเกลียวริ้วแนวนอน ซึ่งสามารถใช้ผสมปุ๋ยและอาหารสัตว์เพื่อใช้ในการเกษตร ในราคาต้นทุนที่ไม่แพง มีความสะดวกคล่องตัวและปลอดภัยในการใช้งาน โดยศึกษาการผสมคลุกเคล้าของส่วนผสม

                                เครื่องผสมปุ๋ยและอาหารสัตว์ที่สร้างขึ้นมีขนาด 800 ´ 950 ´ 1350 มิลลิเมตร มีชุดเพลาผสมหมุนอยู่ภายในถังกระบอกแนวนอนขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 450 มิลลิเมตร ยาว 800 มิลลิเมตร ใช้กำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 746 วัตต์ เฟสเดียวเป็นต้นกำลัง ส่งกำลังผ่านสายพานลิ่มไปยังเกียร์ทดรอบในอัตราทด 3 : 4 โดยเกียร์ทดรอบมีอัตราทด 1 : 20 ส่งกำลังไปยังเพลาผสมโดยใช้ส่งกำลัง อัตราทด 1 : 2 จะได้ความเร็วรอบที่เพลาผสมประมาณ 27 รอบต่อนาที

                                จากการทดสอบพบว่าเครื่องผสมปุ๋ยและอาหารสัตว์สามารถทำงานได้ตามขอบเขตที่วางไว้ซึ่งสามารถผสมวัสดุคลุกเคล้ากันได้อย่างสม่ำเสมอในอัตราสูสุดประมาณ 1 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง หรือ 0.076 ลูกบาศก์เมตรต่อ 5 นาที ค่าสัมประสิทธิ์ของการกระจายที่ได้ต่ำสุดเท่ากับ 15.711% ที่เวลาการผสม 300 วินาที การวิเคราะห์เปรียบเทียบเชิงเศรษฐศาสตร์ เมื่อนำเครื่องมาใช้แทนแรงงานคนในอายุการใช้งานของเครื่อง 1 ปี ได้ค่าประหยัดคิดเป็นจำนวนเงินที่ประหยัดได้เท่ากับ 14,809.98 บาทต่อปี มีระยะเวลาในการคืนทุน 331 วัน

 

หัวข้อปริญญานิพนธ์              เครื่องอบแห้งระบบสุญญากาศด้วยฮีตเตอร์อินฟราเรด

จัดทำโดย                                1.นายกิตติศักดิ์  บุญเสาร์   2.นายวิทวัส   พลแสน 

อาจารย์ที่ปรึกษา                      นายศรีธร   อุปคำ

ปีที่อนุมัติปริญญานิพนธ์        พ.ศ.2546

 

                                ปริญญานิพนธ์นี้  เป็นการสร้างเครื่องอบแห้งระบบสุญญากาศด้วยฮีตเตอร์อินฟราเรด  ใช้ฮีตเตอรืขนาด 1500 วัตต์  ถังอบขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 520 มิลลิเมตร  ยาว 700 มิลลิเมตร  ลักษณะของเครื่องอาศัยมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 187 วัตต์  เป็นตัวต้นกำลังขับปั๊มสุญญากาศ  ซึ่งปั๊มสุญญากาศมีปริมาตรการดูด 0.057 ลูกบาศก์เมตรต่อนาที  ดูดให้ภายในถังอบเกิดสุญญากาศขึ้น  หลังจากนั้นกระแสไฟฟ้าจะถูกป้อนเข้าฮีตเตอร์เพื่อให้ความร้อน  อุณหภูมิภายในถังอบจะถูกควบคุมโดยเทอร์โมสตัท

                ในการทดลองจะทำการทดลองที่ความดัน  -30 เซนติเมตรปรอท,  -40 เซนติเมตรปรอท, และ -50 เซนติเมตรปรอท  ที่อุณหภูมิ 60 องศาเซลเซียสและ 70 องศาเซลเซียส แต่ละอุณหภูมิจะทำการอบทุกช่วงความดัน

                                เครื่องอบแห้งแบบสุญญากาศนั้นสามารถอบเนื้อลำไยสดได้ถึง  8  กิโลกรัม  ณ.ที่ระดับอุณหภูมิ  60 องศาเซลเซียส  ความดัน  -50  เซนติเมตรปรอท  เป็นระดับที่มีความเหมาะสมในการอบแห้งมากที่สุด  การใช้ฮีตเตอร์แบบอินฟราเรดนั้นจะทำให้เสียค่าใช้จ่ายน้อยกว่าฮีตเตอร์แบบธรรมดา  14.5 เปอร์เซ็นต์  มีต้นทุนในการสร้างเครื่อง 14,370 บาท และสามารถคืนทุนได้ภายในระยะเวลา 1 ปี 5 เดือน

 

หัวข้อปริญญานิพนธ์              เครื่องหยอดเมล็ดพันธุ์มะเขือม่วงญี่ปุ่น

จัดทำโดย                                1.นายอนุรักษ์  กุลสัมพันธมิตร  2.นายเอกชัย   อภิธนัง

อาจารย์ที่ปรึกษา                      นายสมศักดิ์   อินทะไชย

ปีที่อนุมัติปริญญานิพนธ์        พ.ศ.2546

 

                ปริญญานิพนธ์นี้จัดทำขึ้นเพื่อออกแบบและทดลองสร้างเครื่องหยอดเมล็ดพันธุ์มะเขือม่วงญี่ปุ่นโดยใช้สุญญากาศเพื่อทำการหยอดเมล็ดพันธุ์มะเขือม่วงญี่ปุ่นลงในกระบะเพาะภายในกระบะเพาะจะมีหลุมสำหรับใส่เมล็ด200 หลุม แต่ละหลุมหยอดเมล็ดลงไป 1 เมล็ด                      

                                เครื่องหยอดเมล็ดพันธุ์มะเขือม่วงญี่ปุ่นมีขนาด 0.6m´1.6m´1.3m  ทำงานด้วยระบบนิวเมติกส์และควบคุมการทำงานของระบบโดยใช้ PLC ตัวเครื่องจะประกอบด้วยสามส่วนได้แก่ส่วนแรกทำหน้าที่กดหลุม  ใช้กระบอกสูบนิวเมติกส์ 1 กระบอกสำหรับกดหลุม 200 หลุม ส่วนที่สองทำหน้าที่หยอดเมล็ด  ใช้กระบอกสูบนิวเมติกส์ 1 กระบอกและอุปกรณ์สร้างสุญญากาศที่ต่อเข้ากับหัวเข็ม 200 หัว ส่วนที่สามทำหน้าที่เปลี่ยนตำแหน่งการทำงานระหว่างส่วนที่ทำหน้าที่กดหลุมกับส่วนที่ทำหน้าที่หยอดเมล็ด                            

                จากผลการทดสอบพบว่าประสิทธิภาพในการหยอดเมล็ดสูงสุดของเครื่องอยู่ที่ความดันลมอัด 5 bar ระยะเวลาในการสร้างสุญญากาศ 5 วินาที ใช้ระยะเวลาเฉลี่ยในการทำงานต่อ 1 กระบะ 2.74 นาที  โดยจำนวนหลุมที่สามารถหยอดเมล็ด 1 เมล็ดลงใน 1 หลุมคิดเป็น 83%

                               

หัวข้อปริญญานิพนธ์              เครื่องทำน้ำร้อนพลังงานแสงอาทิตย์จากหม้อน้ำรถยนต์

จัดทำโดย                                1.นายธวัชชัย   สิทธิแก้ว  2.นายปรีชา  อานุภาพยรรยง

อาจารย์ที่ปรึกษา                      นายศรีธร  อุปคำ

ปีที่อนุมัติปริญญานิพนธ์        พ.ศ.2546

 

ปริญญานิพนธ์นี้เป็นการออกแบบและสร้างเครื่องทำน้ำร้อนพลังงานแสงอาทิตย์จากหม้อน้ำรถยนต์  ซึ่งเป็นการลดต้นทุนในการผลิตน้ำร้อนโดยการทดลองนำหม้อน้ำรถยนต์ที่เป็นวัสดุเหลือใช้มาประยุกต์ทำเป็นท่อรับความร้อนแทนท่อทองแดงในเครื่องทำน้ำร้อนพลังงานแสงอาทิตย์ที่มีจำหน่ายอยู่ทั่วไป

                                หลักการทำงานของเครื่องทำน้ำร้อนพลังงานแสงอาทิตย์จากหม้อน้ำรถยนต์ทำงานโดยอาศัยหลักการไหลเวียนของน้ำในระบบตามธรรมชาติ  ซึ่งเกิดจากแตกต่างของความหนาแน่นของน้ำเมื่อได้รับความร้อนจากหม้อน้ำรถยนต์ที่ประกอบอยู่ในแผงรับรังสีแสงอาทิตย์พื้นที่ขนาด 2 ตารางเมตร  น้ำร้อนจะไหลขึ้นสู่ข้างบนแผงเข้าไปเก็บในถังเก็บน้ำร้อนขนาดบรรจุ 100 ลิตรทางด้านบนของถัง  ส่วนน้ำที่เย็นกว่าจะเคลื่อนที่ลงสู่ด้านล่างเข้าสู่แผงรับรังสีแสงอาทิตย์อีกครั้งเพื่อรับความร้อน การไหลเวียนเช่นนี้จะเกิดต่อเนื่องกันไปเป็นการเพิ่มความร้อนให้น้ำในระบบของเครื่องทำน้ำร้อยพลังงานแสงอาทิตย์

                              จากการทดสอบพบว่าเครื่องทำน้ำร้อนพลังงานแสงอาทิตย์จากหม้อน้ำรถยนต์สามารถผลิตน้ำร้อนได้ปริมาณ 100 ลิตรต่อวันและมีอุณหภูมิมากกว่า 50 องศาเซลเซียสมีราคาต้นทุน 20,585 บาท ใช้ระยะเวลาคืนทุน 4 ปี 7 เดือน โดยมีประสิทธิภาพเฉลี่ยในการทำความร้อน 20.47 เปอร์เซ็นต์